หนูน้อยวัยใสพร้อมใจกำจัดขยะ้




รายงานโดย : เรื่อง : มีนา:
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552


การปลูกฝังแนว คิดรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องเริ่มจากการปลูกฝังเด็กให้รู้จักรักษาความสะอาดและการดูแลสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ที่จริงแล้วควรเริ่มจากที่บ้าน
โดย คุณพ่อ คุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก แต่ด้วยสังคมในยุคใหม่ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดเป็นหลัก ภาระหน้าที่นี้จึงตกเป็นของคุณครูในโรงเรียน
ไปโดยปริยาย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จึงได้สานแนวคิดโครงการเพื่อสังคม

โดยขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการคัดเลือก 20 โรงเรียน ให้เป็นโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน ในการสร้าง
เครือข่ายดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาชุมชน

หทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต เล่าที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นโครงการ
ระยะยาว 3 ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีแรกจะเริ่มจาก 20 โรงเรียน ในปีถัดไปจึงเพิ่มอีก 30 และ 34 โรงเรียน ตามลำดับ ซึ่งปีนี้
เป็นปีที่ 2 ที่เราได้ดำเนินกิจกรรมมีความก้าวหน้าอย่างมาก

โดยทุกโรงเรียนได้มีความตื่นตัวและเห็นความสำคัญ หลายๆ โรงเรียนได้ขยายผลเชิญชวนโรงเรียนใกล้เคียง ชุมชน แม่ค้า และอบต. มาร่วมกันหาแนวทาง
พัฒนาชุมชนให้ปลอดขยะ ทั้ง 20 โรงเรียนในกลุ่มเองยังมีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสนับสนุนกิจกรรมของกันและกันอีกด้วย

หนึ่งในโครงการเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน ที่เชฟรอนให้ความสนใจอย่างมากก็คือ โครงการหนูน้อยวัยใส พร้อมใจกำจัดขยะ จากโรงเรียนอนุบาลพิจิตร
ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ทำให้เด็กประถมในทุกชั้นร่วมมือกันลดปัญหาขยะในโรงเรียน อย่างจริงจัง และได้ผลสำเร็จอย่างสวยงาม

ด.ญ.วิชชุกร ศรีทอง (น้องปอ) ป.6/4 ประธานสภานักเรียน แกนนำโครงการในกลุ่มนักเรียน บอกกับพี่ๆ ว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้มา ปัญหาขยะในโรงเรียน
ลดลงไปได้มากกว่าครึ่ง เพราะเรามีการประชุมตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล มีการรณรงค์ผ่านเสียงตามสาย และประกาศออกทีวีในโรงเรียน ทุกเช้าจะมีการเปิด
เพลงครูขยะ เริ่มทำได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว พูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้าให้ลดการใช้ถุงและแก้วพลาสติก โดยบอกผลของการใช้สิ่งเหล่านี้ว่ามีผลเสียอย่างไร
และมีการประกวดธิดาขยะรีไซเคิลด้วย (โดยการเอาขยะมาทำเป็นชุดแล้วประกวด)

ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นอย่าง ด.ญ.ธิดาพร เหมือนอินทร์ (น้องลูกแก้ว) ป.6/1 บอกว่า ทุกเย็นหลังเลิกเรียนประมาณ 3-5 โมงเย็น หน้าที่ของสมาชิกสภานักเรียน
จะมีหน้าที่ยืนหน้าประตูโรงเรียน เพื่อช่วยกันสอดส่องห้ามไม่ให้รุ่นน้องนำถุงพลาสติก แก้วพลาสติกเข้ามาในโรงเรียน ถ้าเห็นผู้ฝ่าฝืนก็จะเป่านกหวีดให้รู้ตัวแล้วตักเตือน
น้องๆ ส่วนใหญ่จะเตรียมแก้วและจานมาใส่ของรับประทานเอง แต่ถ้าไม่มี โรงเรียนมีการให้ยืมแก้วและจาน โดยจะจัดสถานที่ไว้ให้ เมื่อใครจะยืมก็มาลงชื่อที่สมุด
เมื่อใช้เสร็จก็มาลงชื่อและล้างคว่ำไว้ในที่ที่จัดให้ รุ่นน้องและเพื่อนเขารู้สึกสนุก ทำให้มีความรับผิดชอบ กลับไปที่บ้านก็ไปปรับใช้ด้วย

หากทุกโรงเรียนสามารถจัดการขยะได้เหมือนหรือดีกว่าโรงเรียนอนุบาล พิจิตร อนาคตสิ่งแวดล้อมที่ดีคงมีได้ไม่ยาก จากความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ
และเอกชน เหมือนเช่นเชฟรอนที่ได้เริ่มโครงการปลูกฝังจิตสำนึกสร้างแนวคิดจัดการขยะและ สิ่งแวดล้อมในระยะยาวต่อไป



โดย : http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=68682

copyright ©2010 UTown.in.th All Rights Reserved.