เติมความสดใสให้โลกใน วันรักต้นไม้แห่งชาติ




“ฉันอยากจะปลูกป่า” นานมาแล้วที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระกระแสรับสั่งเช่นนี้อยู่เสมอ...

จากนั้นเป็นระยะเวลาหลายสิบปีที่องค์สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงปลูกป่าอย่างต่อเนื่อง ทรงเสด็จไปบำรุงรักษา พรวนดิน และให้ปุ๋ยด้วยพระองค์เอง
มาโดยตลอด ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่และแรงกล้าที่จะฟื้นฟูป่าของประเทศไทยซึ่งกำลังเสื่อมโทรมให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ให้เป็นป่าที่
สวยสดงดงาม อุดมไปด้วยพฤกษชาตินานาพรรณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งไม้ใช้สอย ไม้ผล ไม้ดอกอันสวยงาม และทรงมุ่งหวังให้เป็นมรดก
ของลูกหลานตลอดไป

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงได้มีการกำหนดให้วันพระราชสมภพของพระองค์คือวันที่ 21 ต.ค.
ของทุกปี เป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสแสดงความเสียสละแรงกายแรงใจน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะ ด้วยการ
ร่วมกันบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่างๆ อันเป็นช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี

ราว 9 โมงเศษ ฝูงชนนับหมื่นชีวิตพากันทยอยกันมาจนเต็มลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงพลัง
ความสามัคคีในโครงการ “เทิดพระเกียรติ เหลือง-ฟ้า มหามงคล จากวันแม่ถึงวันพ่อ” รวมพลังป้องกันรักษาและฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อรักษาชีวิต

บรรยากาศโดยรอบคึกคัก คลาคล่ำไปด้วยประชาชนในพื้นที่ที่ทราบข่าว ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายพันคนจากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม รวมถึงภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ

 

ทุกคนพากันตั้งแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย รอคอยพิธีเปิดที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

สูจิบัตรในมือของใครหลายคนถูกหยิบขึ้นมาเปิดอ่านดูเป็นการฆ่าเวลา รายละเอียดข้างในทำให้รู้ว่าโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาและมารดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรื่อยไปจนถึงวันที่ 5 ธ.ค. 2552 ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ในวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จะให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน และมอบกล้าไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด
แล้วทุกคนจะร่วมกันปลูกต้นราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติไว้ภายในสถานที่แห่งนี้” เป็นคำกล่าวของ ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม

ภายในงานยังมีภาคีเครือข่ายที่ได้มีการลงนาม MOU ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมกิจกรรม จะร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน รวมพลังป้องกันรักษาและฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อรักษาชีวิต และร่วมกันปลูกต้นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สองพระองค์อีกด้วย


หลังสิ้นเสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชาจากวงดุริยางค์และจากการรวมพลังเปล่งเสียงดังกึกก้องของพสกนิกรนับหมื่นคนที่มาร่วมงาน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ต่างตบเท้าเข้าแถวกันมารับมอบกล้าไม้
ประจำจังหวัดของตนเอง พร้อมกับกล่าวคำปฏิญาณหนักแน่นในการป้องกันรักษาและฟื้นฟูสภาพป่ากันอย่างพร้อมเพรียง

สมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า การมอบกล้าไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด ก็เพื่อนำไปปลูกไว้เป็นสิริมงคลแก่จังหวัดของตนเอง ทั้งนี้เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้พระราชทานกล้าไม้มงคลพระราชทานเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2537

“เมื่อพูดถึงพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด สามารถดึงดูดความสนใจให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี ใครๆ ต่างก็พากันอยากรู้ว่าต้นไม้ประจำจังหวัดของ
แต่ละจังหวัดมีชื่ออะไรกันบ้าง หลังจากนั้นต่างคนต่างก็ไปสืบเสาะ และค้นคว้าหนังสือเพื่อหาลักษณะของต้นไม้แต่ละชนิดนั้นๆ ถ้าเรารู้ว่าต้นไม้ประจำท้องถิ่น
บ้านเกิดเราเป็นอย่างไร ก็น่าจะช่วยให้คนรักต้นไม้ และอยากจะดูแลบำรุงรักษาต้นไม้มากยิ่งขึ้น” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

ดูเหมือนว่าเวลานี้รอบกายจะมีแต่เสียงดังเซ็งแซ่ ไถ่ถามถึงชื่อต้นไม้ประจำจังหวัดของตนเอง เริ่มจากพันธุ์ไม้ประจำกรุงเทพมหานคร นั่นก็คือ ไทรย้อยใบแหลม
ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ยืนต้นสูง 10 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ปลายใบเรียวแหลม ดอกขนาดเล็กเมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง เหมาะกับการปลูก
ประดับให้ร่มเงา

เชียงใหม่ - ทองกวาว ไม้ต้นผลัดใบสูง 15 เมตร ดอกสีเหลืองถึงแดงแสด มักขึ้นอยู่ตามที่ราบลุ่มในป่าผลัดใบป่าหญ้า หรือป่าละเมาะที่แห้งแล้ง อุตรดิตถ์
- มีต้นสัก เป็นไม้ประจำเมือง เนื่องจากมีต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในโลก สักเป็นไม้ขนาดใหญ่ สูงถึง 50 เมตร โตเร็ว ใบเป็นใบเดี่ยวมีขนาดใหญ่มาก มีเนื้อไม้สวยงาม
ทนทาน สมุทรปราการ - โพธิ์ทะเล ไม้ยืนต้นที่ขึ้นตามป่าชายเลน เปลือกสีน้ำตาลขรุขระเป็นตุ่มเล็กๆ ตลอดลำต้น นอกจากนี้บางต้นยังมีเรื่องเล่าตำนานของ
จังหวัดนั้นๆอย่างพระนครศรีอยุธยา คือ หมัน เพราะในประวัติศาสตร์ สมัยพระเจ้าอู่ทองได้ย้ายเมืองมาตั้งที่หนองโสน ได้ขุดพบสังข์ทักษิณาวัตร 1 ขอน
อยู่ใต้ต้นหมัน ต้นหมัน เป็นต้นไม้ขนาดปานกลาง มีสีเทาปนน้ำตาล ดอกสีขาว ฯลฯ

นอกจากจะมีนิทรรศการมากมายจากหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับเรื่องไม้มงคล
พระราชทานประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ไว้ให้แก่ผู้มาร่วมงานแล้ว กรมป่าไม้ยังได้จัดเตรียมกล้าไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดพิษณุโลก (ต้นปีบ) สระแก้ว
(มะขามป้อม) ชัยภูมิ (ขี้เหล็กบ้าน) ลพบุรี (พิกุล) เพชรบูรณ์ (มะขาม) สกลนคร (อินทนิลน้ำ) และไม้ประดับชนิดต่างๆ ได้แก่ ปาล์มน้ำพุ ชมพูพันธุ์ทิพย์
เหลืองปรีดียาธร และทองอุไร รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 ชนิด ชนิดละ 500 ต้น โดยพันธุ์ไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาแจกจ่ายจะเป็นไม้ที่มีดอกสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของ
วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งหมด 5,000 ต้น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ขอรับกล้าไม้ได้ฟรีที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“ทางเรา-กรมป่าไม้น้อมนำแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกต้นไม้ ที่ทรงตรัสว่า “...อย่าเพียงเอาต้นไม้ลงหลุม ให้พยายามปลูกต้นไม้ในใจคนให้ได้ ถ้าเพียงแค่ประคองต้นไม้ลงหลุมและกลับไปคงจะไม่ได้อะไรทั้งสิ้น มันต้องมีความรู้สึก มีความรักมีจิตสำนึกเพียงพอ ฉะนั้นทุกมือที่เอาต้นไม้ใส่ไปในหลุม ทุกมือที่กลบดินใส่ดินนั้นให้มีปณิธาน มีจิตสำนึกว่าเรากำลังต่อชีวิตให้เราเอง เจ้าหน้าที่
ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นจะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง...” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวทิ้งท้าย
ขณะบรรจงรดน้ำจากฝักบัวลงบนกล้าไม้ที่เพิ่งปักลงผืนดิน

กล้าไม้มงคลพระราชทานสีเขียวที่วางเรียงรายสวยงามรอแจกจ่ายให้กับผู้คน เพื่อนำไปปลูกลงบนผืนดินของตัวเองนั้น แม้ในยามนี้จะยังเป็นเพียงต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่ไม่สามารถให้ร่มเงา ไม่สามารถออกดอกออกผลไว้ให้ใครมาใช้สอยประโยชน์จากมันได้ แต่การรวมพลังทั้งแรงกายแรงใจในวันนี้ เพื่อแสดงถึงความสามัคคี และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ทั้งสองพระองค์

โดย : http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=73444

copyright ©2010 UTown.in.th All Rights Reserved.