ปลูกความร่มเย็นสู่พื้นดิน

จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถตอนหนึ่งที่ว่า “บ้านเราไม่มีแหล่งน้ำใหญ่ๆ มีแต่ป่า ถ้าเผื่อคนไทยไม่ทราบว่าป่าไม้คืออะไร ป่าไม้
คือ ที่สะสมน้ำไว้ใต้ดินนี่เอง ที่ฤดูฝนแทนที่น้ำฝนจะไหลหลากลงไปที่ทะเล ถ้ามีป่า ป่าเหล่านั้นต้นไม้ใหญ่ๆ เหล่านั้นจะดูดน้ำไว้ใต้ดินใต้ต้นของเขาจำนวนมาก
และตามกิ่งก้านของเขาจะดูดไว้ เรียกว่าเป็นแหล่งน้ำที่ดีและออกมาเป็นลำธารน้อยใหญ่”

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงผนึกกำลังกับ 3 บริษัทในเครืออย่าง บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บมจ.เทเวศประกันภัย
นำพนักงานจิตอาสากว่า 200 คน ร่วมกันปลูกป่าเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของแม่แห่งแผ่นดิน ที่ทรงมีพระราชประสงค์ ให้พสกนิกรของพระองค์ทุกคน ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งถือเป็นหัวใจของสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ให้คงอยู่อย่างมั่นคง ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.สัตหีบ
จ.ชลบุรี อันเป็นหนึ่งใน “โครงการปลูกป่า 80 แสนไร่ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”

สมบูรณ์ ชัยเดชสุริยะ หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ฝ่ายโครงการพิเศษ สำนักงานทรัพย์สินฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการปลูกป่าครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการถวายแด่สมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปิดทองหลังพระ
ที่ต้องการสืบสานพระราชดำริที่มีจุดมุ่งหมายให้ทุกภาคส่วนได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปพัฒนาต่อในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประชาชน
และชุมชนนั้นๆ ต่อไปอย่างแท้จริง

ที่สำคัญการปลูกป่าครั้งนี้ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันเป็นครั้งแรกของบริษัทในเครือสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่ผู้บริหารและพนักงานกว่า 200 คน ต่างพากันสลัดสีเสื้อ
ประจำองค์กรของตัวเอง และมารวมใจกันสวมเสื้อฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพื่อปลูกป่าให้เขียวขจีทั่วพงไพร

ถึงแม้ว่าจะมีสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักในช่วงเช้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนถอดใจแต่อย่างใด หากแต่ยังคงมุ่งหน้าถือต้นกล้าคนละไม้ละมือ ไต่เขาชัน
ที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 200 เมตรอย่างแข็งขัน เพื่อนำกล้าไม้ลงปลูกบนพื้นดิน ให้รากหยั่งลึกเป็นเกราะป้องกันภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ส่วนพันธุ์ไม้ที่นำไปปลูกในครั้งนี้ ล้วนเป็นไม้ยืนต้นอย่าง ตะแบก ประดู่ ก้ามปู ขนุนป่า ฯลฯ เพราะ ในอนาคตจะกลายเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญในการช่วยลด
ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาดินโคลนถล่ม อากาศเสีย หรือแม้แต่ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้

นี่จึงเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่ในอนาคตจะกลายเป็นฟันเฟืองอันเข้มแข็งที่จะนำพาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

โดย : ผู้จัดการออนไลน์

copyright ©2010 UTown.in.th All Rights Reserved.