เตือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือหายหมดใน 30 ปี

(ภาพประกอบจากทางอินเตอร์เน็ต)
คณะนักวิจัยขั้วโลกชี้ น้ำแข็งบริเวณมหาสมุทรอาร์กติก หรือขั้วโลกเหนือจะหายไปทั้งหมดในช่วงฤดูร้อนภายใน 20-30 ปีข้างหน้า และก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
กระทบต่อประชากรโลก
นายเพน ฮาโดว์ นักสำรวจขั้วโลก และทีมงานอีก 2 คนชาวอังกฤษ ได้เดินทางไปสำรวจภูเขาน้ำแข็งเป็นเวลา 73 วัน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของขั้วโลกเหนือ พร้อมกับ
ทำการตรวจวัดกว่า 6,000 ครั้ง และสำรวจน้ำแข็งในทะเล จากนั้นได้นำข้อมูลดิบที่รวบรวมในเดือนมี.ค.-พ.ค. มาวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงอนาคต ทำให้ได้ข้อสรุปว่า
น้ำแข็งจะหายไปจนเกลี้ยงในฤดูร้อนภายใน 20-30 ปี และภายใน 10 ปี มหาสมุทรอาร์กติกจะกลายเป็นทะเลเปิด

(ภาพประกอบจากทางอินเตอร์เน็ต)
นอกจากนี้ ทีมสำรวจพบว่า ตลอดเส้นทาง 450 กม. ที่ทำการสำรวจ พบความหนาของน้ำแข็งเฉลี่ย 1.8 เมตร ซึ่งเปราะบางมากเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน และเชื่อว่า
จะหดตัวลงอย่างรวดเร็วในหลายปีข้างหน้า นับเป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ด้าน นายมาร์ติน ซอมเมอร์คอร์น
ที่ปรึกษาอาวุโสการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกของกองทุนสัตว์ป่าโลกกล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งหากไม่มีน้ำแข็งขั้วโลก จะทำให้ชีวิต
มนุษย์แตกต่างจากที่เป็นอยู่มาก เพราะ จะนำไปสู่อุทกภัยที่กระทบต่อประชากร 1 ใน 4 ของโลก และการเปลี่ยนแปลงของอากาศโลกอย่างรุนแรง
โดยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดว่าด้วยภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงของ สหประชาชาติ ในกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงเดนมาร์กในเดือน ธ.ค. นี้ ขณะที่
นายเอ็ด มิลลิแบนด์ รมว.พลังงานและโลกร้อนของอังกฤษกล่าวว่า รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่า อากาศโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความเสี่ยง
ที่น้ำแข็งจะละลายหมดในอนาคต อันใกล้.
เดลินิวส์
ที่มา : http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news_full.php?id=334
|