ชื่อเรื่อง มทร.ศรีวิชัย เจ๋ง แปรรูปขยะอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า เพื่อสิ่งแวดล้อม
รายละเอียด
ที่ ผ่านมาประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตที่มีความสำคัญ มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและการเลือกใช้สินค้า
ของผู้บริโภค จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมดังกล่าวมีบทบาทเป็นอย่างมาก แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งของพฤติกรรมผู้บริโภคในการทิ้งซากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ปะปนกับขยะ
มูลฝอยทั่วไปตามบ้านเรือน หรือแม้กระทั่ง กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม ก็มีการกำจัดหรือทิ้งทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานการผลิต ซึ่งไม่อาจปฏิเสธถึง
ปัญหาขยะอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นได้ เป็นปัญหาที่สะสมมานาน นับตั้งแต่อุตสาหกรรมมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าชุมชนจะสามารถปรับตัว และจัดการกับ
ขยะอุตสาหกรรมได้ จึงทำให้เกิดความล้มเหลวในระบบการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรม
รศ.สุชาติ เย็นวิเศษ หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา ผู้ริเริ่มโครงการ “การแปร
สภาพกากอุตสาหกรรมกลุ่มโลหะ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” กล่าว ว่า โครงการดังกล่าวมาจากความต้องการ
ของภาคเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจในการแยกสกัดธาตุโลหะมีค่าบางชนิดออกจากเศษชิ้นส่วนอย่าง เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเศษโลหะจากกระบวนการ
ผลิตชุบเคลือบผิวเครื่องประดับเช่น โลเดียม และแพ็ลเลเดียม(pd) ซึ่งโลหะชนิดนี้เป็นกลุ่มแพลตินัมจำพวกทองคำขาว โดยธาตุโลหะมีค่าเหล่านี้ถ้านำมารวมกัน
และขายในตลาดจะมีราคาที่สูงมาก
รศ.สุชา ติ กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายของโครงนี้ คือการหาแนวทางในการหลอมแยกสกัดกากอุตสาหกรรม โลหะคอปเปอร์-เฟอร์รัสออกไซด์ ที่ตกตะกอนจากกรรมวิธี
ทะลายด้วยน้ำกรดกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบใหม่ในรูปของทอง แดงบริสุทธ์ และประยุกต์ออกแบบสร้างเตาหลอมแบบเบ้าที่เหมาะสมในการหลอมโลหะประเภทนี้
โดยทองแดงที่สกัดออกมาจะต้องมีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 99.9 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบัน ได้ส่งงานวิจัยให้ภาคเอกชนไปสานต่อ เพราะการหลอมโลหะยังเป็นที่นิยมกัน
ในภาคอุตสาหกรรม
แต่ ทั้งนี้ การหลอมด้วยเตาหลอมคิวโปล่า จะมีอัตราการหลอมที่ค่อนข้างสูงจึงเหมาะสมกับการผลิตเหล็กหล่อ แต่การหลอมประเภทนี้ จะได้เนื้อโลหะทองแดงที่
ออกมามีค่าความบริสุทธิ์น้อย กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และเตาหลอมคิวโปล่า จะต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานที่มีความชำนาญและมีทักษะงานหลายคน รวมทั้งสถานที่ต้องตั้ง
อยู่ห่างไกลจากชุมชน ใช้พื้นที่ปฏิบัติงานมาก และมีการลงทุนสูง นอกจากนี้ยังมีการหลอมด้วยเตาหลอมกระแสเหนี่ยวนำ สามารถหลอมโลหะได้ทุกชนิด แต่คุณภาพ
โลหะที่ออกมามีค่าความบริสุทธิ์น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
จึงเป็นที่สรุปได้ว่า การหลอมด้วยเตาหลอมแบบเบ้า เป็นการหลอมที่ถูกเลือกให้ใช้ในงานวิจัยนี้ เพราะผลที่ออกมาคือได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
และสามารถแยกทองแดงบริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดี ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีจุดเด่นที่ชัดเจน คือ ลงทุนน้อย พื้นที่ปฏิบัติการน้อย และใช้คนงานไม่มากนัก อีกทั้งเทคนิค
การควบคุมการปฏิบัติการไม่ยุ่งยากและไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มลดปริมาณการผลิตได้ง่ายยิ่งการหลอมในเบ้า จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
รศ.สุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานวิจัย“การแปรสภาพกากอุตสาหกรรมกลุ่มโลหะ” มี ประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถช่วยยกระดับการผลิตโลหะให้แก่ภาคเอกชน สามารถ
นำไปประยุกต์และพัฒนาวัตถุดิบประเภทอื่นๆ ได้ในอนาคต ดังนั้นถ้านำเอากระบวนการแยกโลหะในงานวิจัยนี้ไปใช้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้แก่วัตถุดิบที่ไม่มีค่า
หรือต้องทิ้งไป
ขยะ อุตสาหกรรม สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วยังสามารถสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง งานวิจัย ดังกล่าวหากผู้ประกอบการ นำแนวทางไปใช้ในการ
ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม จำพวกการผลิตโลหะ จะทำให้ได้โลหะเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเป็นแนวทางในการจัดการกับกากอุตสาหกรรมได้อย่างถูกวิธี เป็นการช่วย
ลงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา โทร 074-317100 ต่อ 1941
โดย : ผู้จัดการออนไลน์

|